Archive for August, 2006

ทำข้อสอบเก่ง

August 23, 2006
"ผมเป็นคนทำข้อสอบเก่ง"
 
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่ประโยคข้างต้นมักจะบอกกับตัวผมมาเสมอๆตั้งแต่สมัยเด็กๆ
อาจจะเหมือนเป็นการยอตัวเอง แต่ทำข้อสอบเก่ง กับเรียนเก่ง หรือว่าเป็นคนเก่งนั้นต่างกันนะ … คือผมรู้สึกอยู่ตลอดว่าไม่ใช่คนเก่ง เรียนเก่ง .. รู้สึกแค่ว่าเราเป็นคนทำข้อสอบเก่ง
 
ผมเป็นคนขี้เกียจ … มากๆ … ก็คงไม่ต่างจากเด็กนักเรียนทั่วๆไป ที่ต้องมานั่งเรียนหนังสือทุกๆวัน วันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ปีละ 9 เดือน … เป็นเวลามากกว่า 16 ปี (ประถม – มหาลัย) มันก็ต้องมีอารมณ์ขี้เกียจกันบ้างล่ะ
 
สมัยที่เรียนประถม รึมัธยม มักจะเรียนได้เกรดท้ายๆห้องอยู่เสมอๆ คือประมาณว่าไม่ชอบทำการบ้าน ไม่ชอบทำงานส่ง
แต่พอถึงเวลาสอบ อย่างสอบเข้า ม. 1 รึสอบเข้า ม. 4 ก็มักจะทำได้ดี … ก็แปลกดีเหมือนกัน
โดยเฉพาะตอนสอบ entrance … เรียนพิเศษน้อยมาก อ่านหนังสือไม่มากเท่าเพื่อนๆคนอื่น สาบาน … แต่ก็ทำคะแนนได้ดีโคตร ดีขนาดว่าจะเข้าวิศวะที่ไหนก็ได้ในตอนนั้น
มันก็เลยได้ใจล่ะทีนี้ … เฮ้ย เราเก่งทำข้อสอบว่ะ แล้วเนี่ยเข้ามหาลัย งานก็ไม่ต้องส่ง จิตพิสัยก็ไม่มี เข้าเรียนก็ไม่ต้อง … สวรรค์แท้ๆล่ะคราวนี้
 
ด้วยความสัตย์จริง … ตลอด 4 ปีที่เรียนมหาลัย ไม่เคยมีวิชาไหนเลยที่เข้าเรียนครบทุกคาบ (ยกเว้นพวก labs ที่ไม่เข้าก็ตก)
ชีวิตในมหาลัยก็จะวนไปวนมา ระหว่าง ทำกิจกรรม .. กิน .. เล่นเกมส์ .. ดูบอล .. นอน .. อยู่แต่ในลาดกระบัง ตลอด 4 ปี
ช่วง ปี 3 – 4 ยิ่งหนักใหญ่ คือไม่เข้าเรียนเลย … โชคดีที่ได้เพื่อนๆที่ดี ที่มักจะช่วยกันติวเวลาก่อนสอบ ก็เลยใช้เวลาช่วงก่อนสอบ 2-3 วันมาแอบติวด้วยคน … ที่แปลกคือช่วงสอบไม่รู้มีพลังมาจากไหน ไม่หลับไม่นอน อ่านหนังสือสอบได้เป็นวัน (กลัวตก) … เคยอ่านหนังสือก่อนสอบ 3 วัน นอนไป 4 ชั่วโมง ก็เคยมาแล้ว
 
คะแนนก็ไม่ได้ว่าดีหรอกนะ ก็ปานกลาง พอผ่าน (ก็แน่ล่ะ ไม่เคยเข้าเรียนนี่) … แต่ก็มีบางวิชา คะแนนออกมาได้มากกว่าคนติวอีก … ฮิ้ววว
ทำข้อสอบตอนอยู่มหาลัยก็เป็นเรื่องสนุกดี ที่ลาดกระบังไม่มีข้อสอบเป็น choice เลย เกือบทั้งหมดจะเป็นบรรยาย ให้มาแต่กระดาษเปล่า ให้เขียนเป็นหน้าๆ … ด้วยความชอบเขียนนู่นเขียนนี่อยู่แล้ว มันก็เลยสนุกไปกับการบรรยายอะไรก็ไม่รู้ในข้อสอบ
 
เคยมีครั้งนึง ทำข้อสอบเลข … ประมาณว่าทำไม่ทันแล้ว ก็เลยใส่ค่าตัวแปลไว้ … รูทสี่ คูณเอ๊ก ยกกำลังสาม ได้เท่ากับ ถ้วยกาแฟ (วาดรูปถ้วยกาแฟ มีหูจับ มีควันเล็กน้อยพอน่ารัก) … จากนั้น นำถ้วยกาแฟไปเข้าสูตร ดังนี้ๆๆๆ … จะได้คำตอบเป็น ถ้วยกาแฟเย็น (วาดรูปแก้ว ไม่มีหูจับ ท่าทางเย็น)  … ก็ตลกดี (ติงต๊อง)
 
มีอีกวิชานึง อันนี้ต๊องกว่าเดิมอีก … คือเคยเข้าเรียนวิชานี้ไม่กี่ครั้ง แล้วมีข้อนึง ทำไม่ได้เลย แต่จำได้ว่าอาจารย์เคยสอนไว้อย่างนี้ๆ … ก็เขียนลงไปเลย .. "อาจารย์ครับ … ผมยอมรับว่าข้อนี้ผมทำไม่ได้ … แต่ผมเข้าเรียนคาบนี้อยู่นะครับอาจารย์ ในคาบที่อาจารย์สอนเรื่องนี้ อาจารย์เคยสอนว่า !@#$^&* แล้วจะต้องใช้วิธี abcdef… ผมจำโจทย์ข้อนั้นได้ด้วยนะครับ จะอธิบายดังต่อไปนี้ … "
 
ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกะข้อสอบข้อนั้นเล๊ยยย … แต่ก็แถไปเรื่อย … มั่วมาก แต่สุดท้ายได้ B เสยยยย … ฮะๆ
 
เดือนหน้าต้องไปสอบ Cer ละ … ขอให้สอบได้ดีแบบสมัยหนุ่มๆด้วยเถ๊อะ … สาธุ

โคตรรักเอ็งเลย

August 3, 2006
เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย สำหรับคนดู "โคตรรักเอ็งเลย"
 
[ โคตร Spoil เลย ]
ข้อมูลข้างล่างนี้เปิดเผยเนื้อหาหลายส่วนของหนัง
 
ใครที่ยังไม่ได้ดู กรุณาไปดูก่อนแล้วค่อยอ่านนะ
 
 
ข้อมูลทั้งหมด ผมรวมรวบมาเองนะครับ อาจจะมีผิดพลาดไปในบางข้อบ้างต้องขออภัยด้วย
– ชอบพี่โน๊ต และหนังเรื่องนี้มากครับ ขอเป็นกำลังใจให้ –
 
 
[ ในหนัง ]
 
– รงค์และแดงแต่งงานกันมา 7 ปี มีลูกแฝดชายด้วยกัน แต่ลูกคนนึงพึ่งจะเสียไปได้ไม่นานก่อนจะเริ่มเรื่อง
– รงค์เก็บรูปของลูกคนนึงไว้บนโต๊ะทำงาน ตอนหลังเก็บไว้ในกระเป๋าเงิน
– ส่วนแดงเก็บรูปของลูกอีกคนหนีบไว้บนหน้าปัดรถ
– ตุ๊กตาหุ่นไม้ที่รงค์ตั้งไว้หลังบ้าน เป็น1 ในงานศิลปะที่พี่โน๊ตทำเอง มีโชว์ในงาน Domcumentary ที่ J-Avenue ทองหล่อ
– มีฉากหนึ่งที่มีต้นไม้ 2 ต้น ต้นนึงจะไม่มีใบเหลืออยู่เลย ส่วนอีกต้นนึงมีใบอยู่เต็มไปหมด
– รักษาบอกรักแดงใต้ต้นไม้ต้นที่มีใบเต็มไปหมด
– แดงบอกเลิกรักษา ใต้ต้นไม้ที่ไม่มีใบเหลืออยู่เลย
– ตอนที่แดงบอกเลิกรักษา แดงเล่าว่ารงค์จำเรื่องของทั้งคู่ไม่ได้เลย ทั้งเรื่องเจอกันครั้งแรกบนเรือ ตอนนั้นรงค์ยังเป็นเด็กเสิร์พอยู่เลย ตอนไปเกะกันครั้งแรกรงค์กัดลิ้นจนเลือดไหล หรือร้านข้าวขาหมูที่ชอบไปกินกัน
– หนังตลกในบทที่รงค์เขียนเรื่องแรก ที่มี party บนเรือ เป็นฉากที่บอกถึงการเจอกันครั้งแรกของรงค์และแดง (ตอนท้ายเรื่องมีเฉลยให้ดูว่าทั้งคู่ก็อยู่บนเรือ)
– หนังตลกในบทที่รงค์เขียนเรื่องที่สอง ที่กินข้าวกันที่ร้านข้าวขาหมู สื่อว่ารงค์ไม่ได้ลืมว่าร้านโปรดที่ทั้งคู่ชอบไปกันคือร้านข้าวขาหมู ตอนท้ายเรื่องที่แดงมาเจอรงค์ที่รพ.ก็ชวนไปกินข้าวขาหมูที่ร้านนั้น
– หนังตลกในบทที่รงค์เขียนเรื่องที่สาม ที่ร้านเกะ คนร้องเพลงกัดลิ้นตัวเองจนเลือดไหลเต็มไปหมด
– ทั้ง 3 เรื่องเป็นการสื่อกลับไปว่า จริงๆแล้วรงค์จำเรื่องราวของทั้งเขาและแดงได้หมดไม่เคยลืม เพียงแต่ไม่ได้สื่อมาให้แดงเห็นตรงๆเท่านั้นเอง
– ตอนแรกที่รงค์นำบทไปเสนอ พี่ปุ๊ย(ในเรื่องชื่ออะไรหว่า?) บอกว่า "นี่เขียนจากชีวิตแกใช่มั้ย" ตอนแรกเราอาจจะงงๆ พอตอนหลังถึงรู้ว่ามันเป็นเรื่องราวของทั้งคู่ ที่แดงคิดว่ารงค์ลืมมัน แต่ไม่ใช่เลย
– ที่บ้านของรงค์กับแดงมีโคมไฟกลมๆแขวนไว้อยู่อันหนึ่ง
– ฉากโคมไฟกลมๆ มีความหมายนะ สื่อว่า น้ำกับไฟ อยู่ร่วมกันไม่ได้ เมื่อน้ำมา ไฟดำ เมื่อไฟมาน้ำระเหย แต่สุดท้าย สังเกตุโคมไฟดีๆ ไฟกับน้ำนั้นอยู่ร่วมกันได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรงค์และแดง
– ฉากจูบทั้ง 2 ฉากพี่พิงต้งใจที่จะแช่กล้องไว้ให้นาน เพื่อให้คนดูได้สังเกตุสีหน้าของตัวละคร โดยฉากจูบของรักษากับแดง แรกๆนั้นแดงเหมือนจะทำไปด้วยความสุข แต่หลังจากนั้นเธอจะเริ่มมีแต่ความรู้สึกผิดในใจ … ส่วนฉากที่สองระหว่างรงค์กับแดงนั้น แดงพยายามที่จะทำให้ตัวเองกลับมารักรงค์เหมือนเดิมแต่เธอพบว่าเธอทำไม่ได้
– หมอรักษา พร่ำบอกคำรักมากมายกับนางเอก แล้วซักพักหนังก็ตัดเสียงออกไป สื่อให้เห็นว่าแดงไม่ต้องการฟังเพราะมันเป็นคำที่น่าเจ็บปวด
– รงค์ไม่ยอมซื้อโซฟาสี"แดง"ตามใจ"แดง" แต่หลังจากแดงตายไปแล้วถึงค่อยซื้อมาไว้ที่บ้าน
– โทรศัพท์มือถือที่หมอรักษาใช่ในหนังจริง ๆ เป็นโทรศัพท์ของพี่โน๊ตเอง
– ลูกของรงค์และแดงในเรื่องชื่อเตย มาจากชื่อลูกชายของพี่พิงเองที่ชื่อ หนามเตย เหมือนกัน
– การหักมุมของหนังทั้ง 2 ครั้งนั้น พี่พิงเล่าว่า เพื่อต้องการให้เกิดการเปรียบเทียบทั้ง 2 ฝั่งตัวละคร ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไรเมื่ออีกฝ่ายต้องจากไป … หรือคนเราจะเห็นค่ากันก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดต้องตายจากกันไปแล้วหรือ ?
– เพลงในหนังมี 2 เพลง ตอนแรกขึ้นว่า เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ส่วนตอนจบ กลับกลายเป็นอีกเพลง ที่ตอบว่า จะเหนื่อยเพียงไหน จะทุกเพียงใดโปรดรู้
– เพลงทรายกับทะเล ร้องโดยเจี๊ยบ วัฒนา เป็นเพลงที่ภรรยาของพี่พิงชอบมากๆ พี่พิงก็เลยขอนำเพลงนี้มาใช้ประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้
– "แด่ติ๋ว" ที่ขึ้นในตอนจบหมายถึงภรรยาของพี่พิงที่เสียไปแล้วชื่อติ๋ว
– พี่พิงให้สัมภาษณ์ไว้ว่า หนังเรื่องโคตรรักเอ็งเลย เป็นหนังที่ต้องการตั้งคำถามจากหลายๆมุมของความรัก จริงไหมที่ความรักเป็นเรื่องของการยอม ไม่ใช่เรื่องของเหตุผล , ถ้าจำเป็นต้องเลือกคุณจะยอมให้คนรักนอกกายหรือนอกใจ หรือจริงๆแล้วคู่รักทุกคู่ควรที่จะปิดตาข้างนึงไหมในการใช้ชีวิตร่วมกัน
[ นอกหนัง ]

– ชื่อเดิมของหนังเรื่องนี้คือ รัก / ลง / แดง ( รักษา รงค์ แดง ) … ต่อมาทางสหมงคลฟิล์ม เห็นว่าชื่อหนังมีคำว่า "ลง" อยู่ด้วย เกรงว่าจะเป็นชื่อไม่ดีจึงได้ขอให้พี่พิงเปลี่ยนชื่อใหม่
– โคตรรักเอ็งเลย จัดอยู่ในประเภท Romantic – Comedy
– บทหนังเรื่องนี้พี่พิงใช้เวลาเขียน 5 วัน และถ่ายทำ 3 เดือน โดยพี่พิงยืนยันว่า ไม่ใช่เวลาที่น้อยหรือมากเกินไปเพราะหลายเรื่องเกิดจากประสบการณ์ของเขาตลอด 30 ปี (รวมถึงการนำเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตมาลงหนังด้วย)
– พี่พิง เขียนบทและนำไปขายให้บริษัทสร้างหนัง แต่โดนปฎิเสธถึง 5 บริษัทด้วยกัน
– บทหนังในเรื่อง โคตรรักเอ็งเลย มาจากส่วนหนึ่งในชีวิตจริงของ พิง ลำพระเพลิง ที่ภรรยามาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ เหลือเพียงเขาและลูกชาย (ปัจจุบัน พี่พิงอาศัยอยู่กับแม่ของเขาและลูกชายที่บ้านในเรื่อง ที่จังหวัดระยอง)
– บทของรงค์ ตัวเองของเรื่อง ถูกเขียนขึ้นมาตาม charactor ของโน๊ตอุดม รุ่นน้องคนสนิทจากโรงเรียนเพาะช่างด้วยกัน พี่โน๊ตให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลที่รับเล่นหนังเรื่องนี้ (หลังจากที่ปฎิเสธหนังดีๆเรื่องอื่นๆหมด) เพราะเป็นคนนึงที่อยู่ในเหตุการณ์หลายๆช่วง ที่พี่พิงนำชีวิตจริงมาใส่ในภาพยนต์
– พี่พิงให้โอกาสพี่โน๊ตอุดมในการเลือกนางเอกของเรื่องด้วยตัวเอง (มีหลายแหล่งแซวว่าเป็นการเปิดโอกาสให้พี่โน๊ตเลือกเมียของตัวเอง) และพี่โน๊ตก็เลือกพา "ไหม" วิสา สารสาส หญิงสาวที่เคยรู้จักผ่านเพื่อนคนหนึ่ง มาให้พี่พิงดูตัว
– เดิมทีบทหนังไม่มีฉากเปียโน หรือขี่ม้าในเรื่อง แต่เป็นคำแนะนำจากพี่โน๊ตได้แนะนำว่า ไหมสามารถขี่ม้าและเล่นเปียโนได้ น่าจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในหนังได้ และยังบอกอีกว่า ในเมื่อบ้านของพี่พิงก็มีเปียโนอยู่ แล้วพี่จะเอาผ้าไปคลุมเปียโนไว้เฉยๆทำตึกอะไรล่ะครับ (ฮา)
– บ้านไม้ของรงค์และแดง จริงๆแล้วเป็นบ้านของพิง ลำพระเพลิงผู้กำกับ ที่จังหวัดระยอง
– แต่แรก พี่พิง เลือกสถาณที่ถ่ายทำเรื่องนี้ไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในพัทยา รวมฉากอื่นๆทั้งวัด และโรงเรียน แต่แล้วก่อนวันเปิดกล้องไม่กี่วันสถาณที่ทั้งหมดติดปัญหาไม่สามารถถ่ายทำได้เลย จึงต้องเลือกบ้านของตัวเองในจังหวัดระยองเป็นสถาณที่ถ่าย ซึ่งโชคดีมากที่ทุกอย่างลงตัว ทังวัดที่ไกล้ๆบ้าน โรงเรียน และยังได้ต้นไม้ 2 ต้นที่ต่างกันสุดขั้วมาลงในฉากอีกด้วย (พี่พิงเชื่อว่าภรรยาที่อยู่บนฟ้าช่วยให้ทุกอย่างราบรื่น)