Archive for June, 2007

บวชวันที่ ๒ – ออกบิณฑบาตรครั้งแรก

June 29, 2007
อา. ๑๓ พ.ค. ๒๕๕๐
ออกบิณฑบาตรครั้งแรก

ตื่นตั้งแต่ตี ๔ พระอิงลุกขึ้นมาปลุก อยู่วัดไม่มีคำว่า “อีก๑๐ นาที … “ ให้ตื่นก็ตื่น ถึงแม้จะไม่ได้มีการจับคนช้าหนึ่งนายเหมือนเรียนร.ด. รึว่าทหาร แต่พระทุกรูปจะรู้สึกถึงสิ่งที่ต้องทำ ต้องรักษาความดี และคิดถึงส่วนรวมด้วย …

แปลงฟันล้างหน้า ได้ยินเสียงโห่ ฮิ้ว เป็นระยะๆ วันนี้มีพระบวชใหม่อีกรูป ซักพักฟ้าฝนก็เหมือนแกล้งกัน ตกลงมาแรงมากๆ น่าสงสารขบวนที่เดินได้ไม่นาน ฝนก็ตก แต่กลับเป็นข่าวดีของพระเอ็มที่ไม่ต้องไปทำกิจช่วงเช้า รอตักบาตร ๖ โมง เลยทีเดียว … แน่นอนก็หลับรอทันที …

:: มิชชั่น ๒ – บิณบาตรครั้งแรก ::

   สายบิณฑบาตของพระครูที่ไปกันประจำจะเป็นที่หมู่บ้านพิมาลธานี ทีแรกได้ยินก็งง เพราะหมู่บ้านอยู่ไกลมากๆ จะเดินไปคงไม่ใช่เรื่องง่าย … พอออกจากกุฎิ ถือบาตรออกมาด้วยใจระทึก ก็พบว่าที่วัดจะมีรถกระบะ บรรทุกพระประมาณ ๑๐ – ๑๕ รูป ไป-กลับ เพื่อรับบาตร … นึกว่าจะได้เดินไปเสียแล้ว (ทำใจล่วงหน้า)

   นั่งหลังรถกระบะ ได้ความรู้สึกอะไรใหม่ๆอีกแล้ว .. คือ เย็นหัวมากๆ เนื่องจากไม่มีผมแล้ว ลมก็ตีเอาตีเอา .. เย็นไปทั้งหัวเลย ถึงที่หมายก็แบ่งกันเป็น ๒ สาย สายที่พระเอ็มอยู่มี ๖ รูป นำโดยพระอิงนี่เอง

   การเดินบิณฑบาตรเป็นอะไรที่สนุกมากกว่าที่คิดเยอะ อย่างแรกคือไม่ต้องอยู่วัด อย่างที่สองคือ ได้พบอากาศดีๆยามเช้า กับญาติโยมที่มีใจบุญ แต่ส่วนที่สนุกที่สุดคือการได้ลุ้นว่าโยมแต่ละคนนั้น จะใส่อะไรในบาตรบ้าง และจะเหลือมาถึงพระใหม่รูปงามที่ยืนรูปสุดท้ายหรือไม่ … ความรู้ใหม่อีกอย่างคือ พระจะมีย่ามมาด้วยเวลาบิณฑบาตร เพราะบางทีของที่ได้รับมีเยอะมาก จังต้องแบ่งของจากบาตรไปใส่ที่ย่ามบ้าง แต่ก็อาศัยช่วงที่ปลอดญาติโยม นำของถ่ายจากบาตรมาที่ย่ามน้อยทันที (เนียนมากๆ)

   พระอิงเดินแบบไม่ใส่เบรกเลย จนหลายครั้งพระเอ็มต้องแบกบาตรวิ่งหน้าตั้งให้ทันขบวน จนช่วงหลังๆหลวงพี่ที่อยู่ไกล้ๆบอกว่าให้ช้าลงหน่อย สงสารพระใหม่แน๊ (ขอบคุณหลายๆเด้อครับ)

   ที่หมู่บ้านกว้างมาก กว้างใหญ่จริงๆ จนต้องเดินกันหลายสายถึงจะทั่ว แต่ถนนนี่ไม่ค่อยจะเรียบนัก หลุมบ่อมีเป็นปกติ แต่ที่ลำบากคือตัวเด้งกลางถนนที่เป็นแบบราดยาง และมีหินโผล่ตลอดทั้งอัน จะก้าวข้ามก็ไม่พ้นเพราะอันใหญ่ ก็ต้องค่อยๆเหยียบไป กว่าจะเดินครบก็เจ็บไปเยอะเหมือนกัน (ดีใจที่ยังไม่ถึงกับเป็นแผล)

   โยมที่มาใส่บาตร ๙๙% จะเป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเด็ก ที่ท่าทางจะถูกโยมพ่อโยมแม่ปลุกขึ้นมาใส่บาตร เพราะตาปลือๆกันทุกคน ก็ดูน่ารักเป็นสังคมแบบไทยๆกันอีกแบบ ไม่มีวัยรุ่นให้เห็นเลย นานๆจะมีที ก็นึกถึงตัวเราเอง สมัยวัยรุ่นก็ไม่เคยจะตื่นมาใส่บาตรเหมือนกัน ไม่นึกถึงด้วยซ้ำ … ก็จะมีแต่ผู้ใหญ่แล้วที่มองเห็นความสำคัญ .. แต่ก็เข้าใจซะมากกว่าว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าทุกคนใส่บาตร พระก็ฉันไม่หมดแน่นอน ถ้าทุกคนมาบวชก็คงไม่มีใครมาใส่บาตร และคงไม่มีลูกหลายกันทั้งประเทศ (พระห้ามมีลูก) … นี่ล่ะหนาที่เค้าว่าเป็นธรรมดาโลก ไม่มีมากเกินไป แต่ก็ไม่มีน้อยเกินไป เป็นทางสายกลางดีที่สุด (สงสัยเริ่มเทศเป็นแล้ว)

   กลับวัด วันนี้ได้ของมาใส่บาตรเยอะเลย ดีใจที่ไปเดินวันแรกก็ได้กลับมาเยอะเลย อาจเพราะเป็นวันอาทิตย์และยังเป็นวันพระก็ได้ แต่ที่สำคัฐคือได้โป๊ะเกี๊ยะ (ของหวานแบบจีนๆ) กลับมาด้วย ๑ ถุง .. น่าแลกที่มาขอนแก่นยังมีให้ฉันด้วย

   ทำวัตรเช้าเสร็จ กลับห้องมาทักทายพระใหม่ ชื่อเท่ห์มาก ชื่อพระกู๊ด เป็นสถาปนิก ทำงานอยู่ที่ภูเก็ต อายุมากกว่าเราปีสองปี แต่พอมาบวชก็คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนกันหมด ลงไปนั่งเล่นที่กุฎิ อ่านหนังสือพิมพ์รอเวลา ซักพักมีรถสปอร์ตไรเดอร์มาจอด รีบมองเข้าไปด้วยอาการดีใจ คิดว่าโยมเชอรี่มาเยี่ยม แต่กลับเป็นโยมท่านอื่นมาหาพระอาจารย์ (แอบจ๋อยนิดหน่อย)

   สายๆโยมพ่อนำของใช้ที่เมื่อเช้าส่งเอสเอ็มเอสไปบอกให้ มีทั้งยา, แปลงฟัน, สบู่,มีดโกนหนวด ฯลฯ … ไม่นาน โยมบ้านเชอรี่ก็มากันหมด มาถวายปิ่นโตฉันเพล .. ดีใจมากจนเก็บสีหน้าเกือบไม่อยู่ แต่ก็ต้องเก๊กไว้ เพื่อให้ดูน่าเลื่อมใส

   ของที่โยมพ่อกับโยมบ้านเชอรี่มาถวายมีเยอะมาก จนต้องเคลียร์ของที่ห้องกันใหม่ ส่วนของฉันเพลนั้นก็อร่อยหายห่วง โดยเฉพาะน้ำจับเลี้ยง มาช่วยแก้อาการไอได้ดีมากๆ

   บ่ายวันนี้ไม่ได้นอนเลย นั่งจับกลุ่มคุยกันกับพระจากหลายๆกุฎิ ก็คุยกันตามประสาพระพระ มีเล่นมุขในบทสวด หรือพวกกฎต่างๆ ที่คนนอกฟังคงไม่เก๊ต แต่ถ้าเป็นพระก็ฮากันเลยทีเดียว

   ลืมเล่าไปว่า เรากำหนดวันที่ไปเทศที่บ้าน วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ โยมพ่อก็บอกว่าดี อยากให้ไปที่ปั้มเพราะไม่ได้ทำบุญที่ปั้มมานานแล้ว โยมเชอรี่บอกว่าลางานเรียบร้อยแล้ว แสดงว่า แอบจะมาเซอร์ไพรส์อะไรพระเอ็มก่อนแล้วแน่เลย (เซอร์ไพลส์พระได้บุญนะ ไม่บาป)

   ตกเย็น ซัดบุกกล่องที่โยมพ่อกับโยมเชอรี่นำมาถวาย ช่วยได้มากเลย แถมมื้อเที่ยงก็จัดการฉันเผื่อไว้แล้ว ๒๐๐% วันนี้เลยไม่หิวมาก (แต่ก็มีท้องร้องเป็นระยะๆ)

   ทำวัตรเย็นเสร็จ พระครูพานั่งสมาธิ ๑๕ นาที … แต่นั่งไปเหมือนเป็นชั่วโมง การนั่งสมาธิเป็นอะไรที่ดีมากๆ แต่ก็จะลำบากเหมือนกันถ้าเราไม่พร้อม เช่น หิว เมื่อย ง่วง ซึ่งวันนี้พระเอ็มก็มีทั้ง ๓ อย่างนี้ครบเลย (ขอเรียกว่า ไตรมิมีสมาธิ)

   ทำวัตรเสร็จพระครูพาพระใหม่ทั้งหลายไปเดินจงกลมรอบพระธาตุ พร้อมนั่งสมาธิ พอดีว่ามีพระรูปนึงกำลังจะสึก ก็เลยพาไปสั่งสอนธรรมะกันอีกรอบนึง นัยว่าเป็นการบายเนียร์แบบพระพระ … แต่เราไม่ได้สมาธิด้วยเลย เพราะไอไม่หยุด แถมยุงก็เยอะมากๆ (เพิ่มอุปสรรคเข้าไปอีกอย่าง เป็น จตุมิมีสมาธิ)

   ก่อนนอน อาบน้ำ … พึ่งค้นพบว่า มีขันอยู่อันนึงที่มีแปลง ยาสีฟัน สบู่ ฯลฯ ทุกอย่างสำหรับการอาบน้ำพร้อม แต่ไม่มีเจ้าของ .. สือไปสือมาถึงรู้ว่าเป็นของเรานี่เอง … อ้าว ! ลืมไปว่าชุดแพ็คเกจบวชมีของพวกนี้อยู่ด้วยแล้ว แต่ก็ใช้ของที่โยมพ่อมาถวายวันนี้ กลัวจะเสียน้ำใจและไม่ได้บุญ

   อีกเรื่องที่พึ่งค้นพบคือ ห้องน้ำมี ๒ ห้อง ถ้าเข้าห้องซ้ายน้ำจะแรงดี ไม่ต้องนั่งยอมๆอาบ … อ้าว #๒ !! เซ่ออีกแล้วพระเอ็มเอ็ม

ปล.วันนี้บอกทุกคนว่าอยู่สบายไม่ต้องห่วง … แต่จริงๆไม่ใช่เลย ยังมีอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ฟังอะไร กลัวจะเป็นห่วง ไม่สบายใจกัน

บวชวันที่ ๑ – วันแรกของการบวช

June 22, 2007

บวชวันที่ ๑ – วันแรกของการบวช
วันเสาร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๑๔๔๐

วันนี้เป็นวันแรกของการบวช วันที่จะว่ารอคอยก็ใช่ จะว่ากลัวๆก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ อาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ๔-๕ ปีแล้ว ก็คือ อาการนอนไม่หลับ คือปกติจะไม่ง่วงยังไง แต่ถ้าหัวถึงหมอนเป็นหลับสนิททุกที แต่คืนนี้ไม่รู้เป็นอะไร … นอนไม่หลับเลย แม้จะพยายามข่มตา นับแกะ นับไก่ เอาบทสวดขึ้นมาท่องแล้วท่องอีก ก็ยังหลับไม่ลงเสียที … เที่ยงคืน .. ตี ๑ .. ตี ๒ .. ตี ๓ เก๊ง !! เฮียเอเปิดประตูเข้ามาปลุกแล้ว พอมีคนมาปลุก ต่อมง่วงถึงค่อยทำงาน อาบน้ำจัดของก็นั่งหลับรอป๊ากับเฮียอาบน้ำ ส่วนเจ๊วีจะมาถึงช่วงตี ๓ โดยม๊าจะไปรับที่ปรับอากาศ พอทุกอย่างพร้อมก็ขับรถออกมากัน ขอแวะเซเว่นซื้อของกินนิดหน่อย

ถึงที่วัด ตี ๔.๒๐ .. อีกบ้านนึงที่มาบวชพร้อมกัน ชื่อพระดาว (ผู้ชาย [แล้วจะวงเล็บไปทำไม บวชพระคงเป็นผู้หญิงมาบวชมั้ง ] ) มากันพร้อมแล้ว เหลือก็แต่บ้านพระเอ็มที่พึ่งจะมากันถึง … วันนี้ทุกคนดูจะตื่นเต้นกันไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไร จะยืนตรงไหน จะถืออะไร อาจจะเพราะว่าบวชเป็นคนแรกของบ้าน ทุกอย่างเลยดูเป็นเรื่องใหม่ของคนทั้งบ้านไปด้วย ก็แปลกดี เพราะปกติจะเป็นคนสุดท้ายในทุกๆเรื่อง เพราะเป็นคนเล็ก

เดินรอบโบสไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น อาจจะเพราะเตรียมตัวมาค่อนข้างดี ทั้งบทสวดและพิธีกรรม ที่ตื่นมาดูคนอื่นบวชตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อน เสียแต่ญาติโยมมาไม่ทันเพราะที่วัดหนองแวงบวชเช้ามาก บ้านเชอรี่ยังมาเกือบไม่ทัน เสียดายอีกอย่างที่ป๊าลืมเอาเหรียญที่เชอรี่ทำเอาไว้โปรยเวลาจะขึ้นโบสมาด้วย แต่ไม่เป็นไร ยังไงทุกคนก็มีแต่ความรู้สึกดีๆ และเจตนาดีๆ แค่ส่งใจมาก็ดีใจมากแล้ว … ก่อนเข้าโบส ขี่คอเฮียเอแตะบานประตูทีนึง (ได้ยินเชอรี่เรียกเล็กกับเฮียป๊อกมาด้วย แต่เฮียเอบอกคนเดียวไหวเลยไม่เป็นไร)

:: มิชชั่น ๑ – สอบท่องขอบวช ::

เคยได้ยินมานานแล้วว่า ถ้าจะขอบวชต้องท่องบทสวดให้ผ่าน แต่ไม่คิดว่าบทสวดจะเป็นภาษาบาลีล้วนๆ ๓ หน้ากระดาษ .. แต่ก็ท่องมาแล้วเป็นเดือน วันนี้จะต้องทำให้ได้ ที่วัดให้เปิดกระดาษดูได้ถ้าจำเป็น แต่ถ้าเปิดได้แล้วจะท่องมาทำไม เลยตัดสินใจไม่เปิด … ช่วงแรกก็เริ่มลำบากแล้ว เพราะพระดาวไม่ค่อยได้ซ้อม ทำให้ตะกุกตะกักเล็กน้อย พร้อมทั้งยังตื่นเต้นกันด้วย พอซักพักมีท่อนที่ต้องตอบหลวงพ่อว่า “อามะ ภันเต” พอพูดออกไป หลวงพ่อว่าใส่ว่า “สาธุ ภันเต !! ไม่ใช่ อามะ ภันเต … พระพี่เลี้ยงบอกหน่อย” … แต่เราดูในกระดาษก็เป็น “อามะ ภันเต” แน่นอน พระพี่เลี้ยงก็ทำหน้างงๆ แต่ก็บอกให้เราพูดตามท่านบอก … เอ้า .. “สาธุ ภันเต”

ช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดในการบวชวันนี้ก็คือ ตอนที่กล่าวขอขมาพ่อแม่ ญาติๆ และคนที่รู้จักทุกคน มันคงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่จะขอโทษ ขอขมาจากทุกสิ่งที่เราเคยทำไว้ และก็อยากจะให้ทุกท่านได้โปรดอภัย และอโหสิกรรมในทุกสิ่งที่ผ่านๆมา

บวชเสร็จก็เข้ากุฏิ ได้เพื่อนร่วมห้องอีก 2 รูป ชื่อหลวงพี่อิง รูปนี้เป็นพระพี่เลี้ยง แกพูดไทยได้แต่จะเน้นภาษาอีสานเป็นหลัก ซึ่งนี่คงเป็นปัญหาแน่ๆสำหรับลาวกบฏอย่างเรา .. อีกรูปคือหลวงพี่ดิว รูปนี้กำลังเรียนโทอยู่ที่ลาดกระบัง พอจะคุ้นเคยกันแล้วเพระาตอนซ้อมบวชก็ซ้อมด้วยกัน แล้ววันที่บวชเราไปแอบดูพิธีก็คือวันบวชพระดิวนี่เอง … เก็บของเสร็จก็ไปทำวัตรเช้า ทำวัตรคือการที่พระทุกรูปในวัด รวมทั้งเณร มาร่วมสวดมนต์กัน นัยว่าได้ความสามัคคี และการปฎิบัติ

ทำวัตรเสร็จก็ขอนอนก่อนเพราะง่วงมาก นอนได้แป๊บๆ ที่บ้าน+เชอรี่ก็มาเยี่ยม พร้อมถวายปัจจัยเล็กๆน้อยๆ ตอนทุกคนลากลับรู้สึกใจหาย เหมือนจะไม่ได้เจออีกนาน … ถึงจะทำใจดีบอกว่าอยู่ได้สบาย แต่ก็ต้องอยากให้ทุกคนมาเยี่ยมเยียนบ้างอยู่แล้ว

เที่ยงไปฉันที่ศาลา วันนี้มีคนนำของมาถวาย ฉันจนอิ่ม ๑๕๐% เลย เพราะรู้ว่าคงหิวแน่ช่วงเย็น .. บ่ายนอน .. เย็นทำวัตรเย็น .. เดินจงกลม .. อาบน้ำ

ไม่นึกว่าเรื่องเล็กๆแค่การอาบน้ำจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่แล้วก็พบว่าเราไม่มีขัน แปลงฟัน สบู่ ฯลฯ จึงต้องยืมพระดิวที่มี ๒ ชุดมาก่อนอย่างอื่นก็ใช้ของรวมๆไป … ถึงเวลาอาบ ไม่มีขัน ก็ต้องใช้ฝักบัว แต่ฝักบัวที่นี่ไหลแม่ย้อยมาก คือยกฝักบัวสูงไม่ได้เลย น้ำจะไม่ไหล … ขันก็ไม่มี จะขอยืมใครก็เกรงใจ พึ่งมาบวชวันแรกเอง … ฉะนั้นวิธีอาบน้ำด้วยฝักบัว มีวิธีเดียวคือต้องนั่งยองๆอาบ !! ถ้านึกภาพแล้วจะเป็นท่าที่น่าอนาถมาก แต่ก็ฮาดี คิดซะว่าอาบแบบออนเซนญี่ปุ่น

ถึงเวลานอน … นอนไม่หลับเลย … หิว … หิวมากด้วย ข้าวตอนเพล ๑๕๐% เอาไม่อยู่ซะแล้ว เริ่มนอนกัน ๔ ทุ่ม กว่าจะหลับตาลงก็ ๕ ทุ่มกว่า … ท้องร้อง หนาว ที่นอนแข็ง หมอนแข็ง … หลายต่อหลายอย่างทำให้นอนไม่หลับ … แต่ก็คงไม่มีอะไรมากไปเท่ากับ … คิดถึงเชอรี่ … คิดถึงมากๆเลยด้วย … อยากให้ช่วยมาเข้าฝัน ให้หลับฝันดีด้วยเถอะนะ

พระเอ็ม – ขนฺติพโล

วันเกิดพระเอ็ม

June 9, 2007
ทุกปี พอมาถึงวันที่ ๘ มิถุนายน มันจะเป็นความรู้สึกดีๆเป็นพิเศษ … คิดว่าทุกคนก็คงจะรู้สึกเหมือนกันเมื่อเวลาที่ วันเกิด ของตัวเองมาถึง
 
แต่ปีนี้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา .. คือนอกจากจะเป็นปีที่อายุครบ 26 ปีแล้ว … ปีนี้ยังเป็นปีที่วันเกิดอยู่ในช่วงเวลาที่อาตมาบวชด้วยพอดี
 
เมื่อวันแรกที่เริ่มบวชเข้ามาที่วัด พระครูถามว่า อยากจะไปทำบุญพร้อมทั้งเทศนาให้กับโยมพ่อโยมแม่ รวมทั้งญาติโยมฟังวันไหน … มองไปที่ปฏิทินแล้วตัดสินใจได้ไม่ยากเลย ..
"วันที่ ๘ มิถุนายน ครับ"
 
และแล้ววันนี้ก็มาถึง น่าปลื้มใจมากที่ได้ไปเทศนา ให้พร ให้ศีลญาติโยมที่ปั้ม ไม่นึกว่าจะมีญาติโยมมากันขนาดนี้ ทีแรกคิดว่าคงมีแค่โยมพ่อโยมแม่ก็ดีใจมากมายแล้ว … ระหว่างเริ่มให้พรให้ศีล ได้ยินว่าโยมแม่น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ยิ่งเพิ่มแรงใจให้อาตมาอยากจะบวช พร้อมทั้งทำบุญตอบแทนคุณบิดามารดาให้ดีที่สุด แม้ตอนนี้จะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันที่จะอยู่ใต้ผ้าเหลืองผืนนี้ก็ตาม
 
ขอบคุณโยมเชอรี่ และแม่ รวมทั้งครอบครัวที่ทำกับข้าวมาเลี้ยงเพลในวันนี้ รวมทั้งเค้กที่เซอร์ไพลส์มาก อร่อยมากๆด้วย
 
โยมน้องริน,แก้ม และโยมพ่อโยมแม่ ที่มาจากกรุงเทพฯเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมทั้งโยมอาโกวน้อยด้วย
 
ที่สำคัญที่สุด อยากขอบคุณโยมพ่อโยมแม่ ถึงอาตมาจะอยู่ใต้ผ้าเหลืองให้โยมพ่อโยมแม่กราบไหว้ แต่ใจอาตมาขอลงไปก้มกราบเท้าโยมพ่อโยมแม่ที่นั่งอยู่ไกล้ๆงามๆสักครั้ง .. ถ้าบุญกุศลในการบวชครั้งนี้จะส่งมาถึง ก็ขอให้ส่งไปที่โยมพ่อโยมแม่ทั้งหมดด้วยเถิด
 
นี่สินะ ที่คนเขาเรียกกันว่า .. แท้จริงแล้ว เราไม่ควรเรียกวันนี้ว่าวันเกิด ..
 
ควรเรียก "วันผู้ให้กำเนิด" จึงจะถูกกว่า
 
 
เจริญพร
พระเอ็ม
วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๐