Archive for the ‘บวช’ Category

บวชวันที่ ๓ – ศึกษาพระไตรปิฎกที่พระธาตุ

August 1, 2007

วันอาทิตย์ที่ ๑๓
พฤษภาคม ๑๔๔๐

 
วันนี้ฝนไม่ตก
พระใหม่ทั้ง ๓ รูปจึงต้องตื่นตั้งแต่ตี ๔ เพื่อมาฝึกสมาธิ โดยการเินจงกลม
มีหลวงพี่อิงเป็นผู้นำเดินรอบพระธาตุ เป็นเช้าที่ง่วงกว่าทุกวัน
คงเพราะเมื่อคืนนี้นอนกันดึก ช่วงเดินมีแอบหลับด้วย …
ก็แปลกใจว่าเดินไปหลับไปได้ยังไง แต่ก็เป็นไปแล้ว

บิณฑบาตรวันนี้ได้น้อยกว่าเมื่อวานมาก
แต่ถึงจะน้อยก็ยังเต็มบาตรกันทุกรูปชนิดฉันกันไม่หมดเลยทีเดียว

ทำวัตรเสร็จ พากัันไปช่วยยกระฆังหน้าพระธาตุ
แต่หนักเกินกว่าที่พระ ๕ รูปจะแบกไหว เลยต้องเป็นภาระให้ฆราวาสแถวนั้นจัดการ …
เมื่อว่างก็เลยไปนอน แต่ไม่นานก็มีโยมพี่ยา
เป็นพนักเก่าแก่ที่ปั้มนำอาหารเพลมาถวาย ถึงโยมพ่อจะไปญี่ปุ่น
แต่ก็ฝากให้คนในปั้มนำเพลมาถวาย ดีจัง … วันนี้ได้กินพะโล้สมชื่ออีกแล้ว

ที่วัดมีรถขายหนังสือพิมพ์ผ่านทุกเที่ยง
เลยได้ซื้อซอคเกอร์มาอ่านทุกวัน วันนี้ดีใจมากที่ได้เห็นภาพทีมแมนยูฯได้ถ้วยแชมป์
ที่ไม่ได้มานาน ๓ ปีแล้ว … ไว้จะทำบุญไปเผื่อแผ่ท่านเซอร์และลูกทีมด้วยนะ

บ่ายว่างมากเลยออกมาซื้อยาข้างนอกแป๊บนึง
เป็นครั้งแรกที่ออกจากวัดด้วยตัวเอง พอดีฝากโยมพ่อซื้อแล้วลืม โยมพี่ยาก็ซื้อมาผิด
เลยซื้อเองดีกว่า เป็นยาฆ่าเชื้อในผิวหนัง เคยเป็นที่เท้ามานานแล้ว
แต่เป็นพระต้องเดินเท้าเปล่าบ่อย บวกกับเป็นหน้่าฝนเลยกลับมาเป็นอีก

เดินไปกลับไม่นาน
แต่ร้อน พึ่งรู้ว่าเวลาไม่มีผมแล้วโดนแดดจะแสบมากขนาดนี้
นี่เองที่ว่าทุกอย่างที่เกิดมาในโลกใบนี้ ย่อมมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ขึ้นไปอ่านศึกษาพระไตรปิฎกที่ชั้น
๖ ของพระธาตุ ที่นี่มีตู้พระไตรปิฎกครบชุด กะว่าจะมาอ่านนานแล้ว ไม่มีโอกาสเสียที
แล้วก็ถือโอกาสดีนั่งเขียนไดอารีไปด้วย

ระหว่างที่นั่งอ่านนั่งเขียนก็มีฆราวาสขึ้นมาเป็นระยะๆ
ไม่คิดว่าจะมาถึงชั้น ๖ แล้วจะมีคนขึ้นมาถึงนะเนี่ย แต่ก็ยังมีมาเรื่อยๆ
แถมส่วนใหญ่ยังเป็นผู็สูงอายุ แต่พอดีช่วงนี้มีการปิดทองที่ยอดชั้น ๗-๘-๙
ก็เลยมีการปิดล้อมชั้นบนๆไว้ วิวเลยไม่สวยเท่าไหร่นัก

พึ่งเคยอ่านพระไตรปิฎกจริงๆครั้งแรก
เล่มที่อ่านเป็นฉบับสังคายนา สมัย ๒๕๓๐ อ่านดูแล้วเลยรู้ว่าทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่ในหลวงทรงครบ
๕ รอบพอดี … พระไตรปิฎกจริงๆเป็นภาษาบาลี แต่เรามีการสังคายนา (แปล)
เป็นภาษาไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว และก็มีการสังคายนาเรื่อยมา

ทีแรกคิดว่าน่าจะอ่านยากและน่าเบื่อ
แต่จริงๆแล้วอ่านสนุกกว่าที่ึคิดเยอะเลย เป็นเรื่องราวสอนใจมากมาย
ถึงแม้จะมีศัพท์บาลีที่ไม่เข้าใจเกือบ ๓๐
% แต่ก็น่าศึกษาดีเหมือนกัน … อ่านแค่เล่ม ๑ ได้ไม่นาน ก็ไปเจอเรื่องข้อห้ามเรื่องอาบัติต่างๆ
โดยเฉพาะศีลข้อ ๓ ไม่น่าเชื่อว่าพระไตรปิฎกจะระบุละเอียดทุกขั้นตอน ทุกท่าทาง
มีเคสเป็นตัวอย่างให้ดูด้วย โอโห
! ท่านคิดได้รอบคอบ
รอบด้านมากๆเลย

อย่างเช่น
ถ้าพระเกิดไปโดนข่มขืนระหว่างที่หลับอยู่ ไม่รู้เรื่อง
พอตื่นขึ้นมาจะอาบัติรึเปล่า .. อืม .. น่าคิด .. แต่ก็บัญญัติไว้คือไม่อาบัติ
แต่ถ้าถูกข่มขืนแล้วมีช่วงใดที่เรารู้สึกดีด้วย จะถือว่าอาบัติ …
แล้วยังมีอีกเยอะแยะเป็นร้อยหน้าเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว
(สงสัยเป็นไฮไลท์เลยเอามาไว้เล่ม ๑)

 

บ่าย ๔.๓๐
มีคนงานมาปิดประตูที่พระธาตุ เลยลงมา กลับที่กุฏิ ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่เลย
เลยเดินรอบๆวัด ไปเจอหลวงพี่อิงแอนเดอะแก๊งออกมาจากศาลาวัด
ถามได้ความว่าเข้าไปช่วยกันเก็บกล่องพระกัน ท่าทางเหนื่อยกันมาก
น่าเสียดายไม่ได้มาช่วยเลย

เย็นทำวัตรเดินจงกลมในโบสท์
นั่งสมาธิ วันนี้ก็ยังไอและไม่มีสมาธิเหมือนเดิม กลับมาที่กุฏิ
ได้ข่าวดีว่าน้ำที่กุฏิไม่ไหล .. แล้วจะสรงน้ำกันอย่างไรนี่ …
ไม่นานหลวงพี่หมึกซึ่งเป็นพระใหม่เหมือนกัน แต่บวชก่อนเราหลายเดือน เดินผ่านมา
เลยขอไปสรงน้ำที่กุฎิหลวงพี่หมึกกัน ยกพวกกันไป ๔ รูป

กุฎิหลวงพี่หมึกเรียกกันว่าตำหนัก
เพราะเคยเป็นที่พักของท่านเจ้าอาวาส และมีพระที่มียยสระดับสมเด็จหลายท่านมาพัก
จึงเรียกกันว่า ตำหนัก

ที่นี่มีทุกอย่างที่กุฎิเราไม่มี
ไม่ว่าจะเป็น ทีวี , วิทยุ , ตู้เย็น , แอร์ก็มีนะ แต่จะอยู่ในห้องรับรอง …
ที่สำคัญคือห้องน้ำดีมากๆ แต่ถึงจะดียังไงก็ยังดูสกปรกอยู่ดี
(ไม่รู้ว่าทำไมห้องน้ำในวัดถึงเป็นแบบเดียวกันหมดเลยนะ .. คือไม่สะอาดซักที)

อาบน้ำเสร็จนั่งคุยกับหลวงพี่ดาวที่พักที่นี่เหมือนกัน
ช่วงนี้หลวงพี่ดาวต้องท่องบทสวดหนัก เพราะบวชแค่ ๗ วัน เดี๋ยวต้องไปเทศน์ที่บ่าน
แล้ววันสึกก็ต้องท่องอีก ๒ หน้ากระดาษ (ข้อเสียของคนบวชน้อยวันก็อย่างนี้นี่เอง)

วันนี้เขียนได้ยาวมากเลย
.. ชีวิตการบวชมีอะไรให้จดจำและเรียนรู้มากกว่าที่คิดเยอะ
ถึงจะไม่ได้สนุกเหมือนลูกเสือ เหนื่อยแบบ ร.ด. รึท้าทายแบบ
สตาร์ฟเชียร์ที่ลาดกระบัง แต่ก็ได้ความทรงจำที่มีค่ามากๆเลยในชีวิต …

พระดิวบอกว่าจดไว้เยอะๆก็ดี
เพราะหลังๆจะไม่มีอะไรให้จดมากนัก กิจก็จะคล้ายๆเดิมไปทุกวันๆ ..
แต่เราก็จะพยายามเขียนไปเรื่อยๆให้มากที่สุดล่ะนะ เท่าที่เวลาจะมี (ถ้าได้เอาลง
บล็อก ก็คงดี แต่คงนั่งพิมพ์จนมือหงิกเลย)

ก่อนนอนวันนี้โทรหาโยมเชอรี่
จริงๆตั้งใจว่าจะไม่ใช้โทรศัพท์แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
และก็เห็นว่าโทรมาหาช่วงบ่ายๆแต่ไม่ได้รับ …
น้ำเสียงของโยมเชอรี่ดูดีใจที่เราโทรมา แต่ก็เกร็งๆเพราะไม่รู้จะพูดกันยังไง
จากคำพูดแบบแฟนกันมาเป็นแบบพระกับฆราวาส มันก็คงมีความห่างมากกว่าเดิมเยอะ

คุยไปคุยมา
พอถามว่าเหงาไม๊ โยมเชอรี่ก็บอกเสียงสั่นว่าไม่เหงา แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย ..
อยากจะร้องไห้ด้วยแต่ก็ต้องอดทนก้าวมาแล้วก็ต้องก้าวต่อไปให้ดีที่สุด ..
ไม่รู้จะปลอบยังไง เลยเอาบทสวดให้พรที่จดใส่ไดอารีตั้งแต่วันแรก (อภิวา..)
ถึงจะไม่เกี่ยวอะไรมากนักเพราะเป็นบทให้อวยพร ให้สุขภาพดี แข็งแรง …
แต่ก็เป็นบทเดียวที่ท่องได้ตอนนี้ และก็อยากให้ด้วยใจ
ถึงแม้ต้อนนี้จะไม่ได้อยู่ดูแล แต่ก็อยากให้เข้มแข็งทั้งกาย … และก็จิตใจนะ


พระเอ็ม – ขนฺติพโล

บวชวันที่ ๑ – วันแรกของการบวช

June 22, 2007

บวชวันที่ ๑ – วันแรกของการบวช
วันเสาร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม ๑๔๔๐

วันนี้เป็นวันแรกของการบวช วันที่จะว่ารอคอยก็ใช่ จะว่ากลัวๆก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ อาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ๔-๕ ปีแล้ว ก็คือ อาการนอนไม่หลับ คือปกติจะไม่ง่วงยังไง แต่ถ้าหัวถึงหมอนเป็นหลับสนิททุกที แต่คืนนี้ไม่รู้เป็นอะไร … นอนไม่หลับเลย แม้จะพยายามข่มตา นับแกะ นับไก่ เอาบทสวดขึ้นมาท่องแล้วท่องอีก ก็ยังหลับไม่ลงเสียที … เที่ยงคืน .. ตี ๑ .. ตี ๒ .. ตี ๓ เก๊ง !! เฮียเอเปิดประตูเข้ามาปลุกแล้ว พอมีคนมาปลุก ต่อมง่วงถึงค่อยทำงาน อาบน้ำจัดของก็นั่งหลับรอป๊ากับเฮียอาบน้ำ ส่วนเจ๊วีจะมาถึงช่วงตี ๓ โดยม๊าจะไปรับที่ปรับอากาศ พอทุกอย่างพร้อมก็ขับรถออกมากัน ขอแวะเซเว่นซื้อของกินนิดหน่อย

ถึงที่วัด ตี ๔.๒๐ .. อีกบ้านนึงที่มาบวชพร้อมกัน ชื่อพระดาว (ผู้ชาย [แล้วจะวงเล็บไปทำไม บวชพระคงเป็นผู้หญิงมาบวชมั้ง ] ) มากันพร้อมแล้ว เหลือก็แต่บ้านพระเอ็มที่พึ่งจะมากันถึง … วันนี้ทุกคนดูจะตื่นเต้นกันไปหมด ไม่รู้จะต้องทำอะไร จะยืนตรงไหน จะถืออะไร อาจจะเพราะว่าบวชเป็นคนแรกของบ้าน ทุกอย่างเลยดูเป็นเรื่องใหม่ของคนทั้งบ้านไปด้วย ก็แปลกดี เพราะปกติจะเป็นคนสุดท้ายในทุกๆเรื่อง เพราะเป็นคนเล็ก

เดินรอบโบสไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น อาจจะเพราะเตรียมตัวมาค่อนข้างดี ทั้งบทสวดและพิธีกรรม ที่ตื่นมาดูคนอื่นบวชตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ก่อน เสียแต่ญาติโยมมาไม่ทันเพราะที่วัดหนองแวงบวชเช้ามาก บ้านเชอรี่ยังมาเกือบไม่ทัน เสียดายอีกอย่างที่ป๊าลืมเอาเหรียญที่เชอรี่ทำเอาไว้โปรยเวลาจะขึ้นโบสมาด้วย แต่ไม่เป็นไร ยังไงทุกคนก็มีแต่ความรู้สึกดีๆ และเจตนาดีๆ แค่ส่งใจมาก็ดีใจมากแล้ว … ก่อนเข้าโบส ขี่คอเฮียเอแตะบานประตูทีนึง (ได้ยินเชอรี่เรียกเล็กกับเฮียป๊อกมาด้วย แต่เฮียเอบอกคนเดียวไหวเลยไม่เป็นไร)

:: มิชชั่น ๑ – สอบท่องขอบวช ::

เคยได้ยินมานานแล้วว่า ถ้าจะขอบวชต้องท่องบทสวดให้ผ่าน แต่ไม่คิดว่าบทสวดจะเป็นภาษาบาลีล้วนๆ ๓ หน้ากระดาษ .. แต่ก็ท่องมาแล้วเป็นเดือน วันนี้จะต้องทำให้ได้ ที่วัดให้เปิดกระดาษดูได้ถ้าจำเป็น แต่ถ้าเปิดได้แล้วจะท่องมาทำไม เลยตัดสินใจไม่เปิด … ช่วงแรกก็เริ่มลำบากแล้ว เพราะพระดาวไม่ค่อยได้ซ้อม ทำให้ตะกุกตะกักเล็กน้อย พร้อมทั้งยังตื่นเต้นกันด้วย พอซักพักมีท่อนที่ต้องตอบหลวงพ่อว่า “อามะ ภันเต” พอพูดออกไป หลวงพ่อว่าใส่ว่า “สาธุ ภันเต !! ไม่ใช่ อามะ ภันเต … พระพี่เลี้ยงบอกหน่อย” … แต่เราดูในกระดาษก็เป็น “อามะ ภันเต” แน่นอน พระพี่เลี้ยงก็ทำหน้างงๆ แต่ก็บอกให้เราพูดตามท่านบอก … เอ้า .. “สาธุ ภันเต”

ช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดในการบวชวันนี้ก็คือ ตอนที่กล่าวขอขมาพ่อแม่ ญาติๆ และคนที่รู้จักทุกคน มันคงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดแล้วที่จะขอโทษ ขอขมาจากทุกสิ่งที่เราเคยทำไว้ และก็อยากจะให้ทุกท่านได้โปรดอภัย และอโหสิกรรมในทุกสิ่งที่ผ่านๆมา

บวชเสร็จก็เข้ากุฏิ ได้เพื่อนร่วมห้องอีก 2 รูป ชื่อหลวงพี่อิง รูปนี้เป็นพระพี่เลี้ยง แกพูดไทยได้แต่จะเน้นภาษาอีสานเป็นหลัก ซึ่งนี่คงเป็นปัญหาแน่ๆสำหรับลาวกบฏอย่างเรา .. อีกรูปคือหลวงพี่ดิว รูปนี้กำลังเรียนโทอยู่ที่ลาดกระบัง พอจะคุ้นเคยกันแล้วเพระาตอนซ้อมบวชก็ซ้อมด้วยกัน แล้ววันที่บวชเราไปแอบดูพิธีก็คือวันบวชพระดิวนี่เอง … เก็บของเสร็จก็ไปทำวัตรเช้า ทำวัตรคือการที่พระทุกรูปในวัด รวมทั้งเณร มาร่วมสวดมนต์กัน นัยว่าได้ความสามัคคี และการปฎิบัติ

ทำวัตรเสร็จก็ขอนอนก่อนเพราะง่วงมาก นอนได้แป๊บๆ ที่บ้าน+เชอรี่ก็มาเยี่ยม พร้อมถวายปัจจัยเล็กๆน้อยๆ ตอนทุกคนลากลับรู้สึกใจหาย เหมือนจะไม่ได้เจออีกนาน … ถึงจะทำใจดีบอกว่าอยู่ได้สบาย แต่ก็ต้องอยากให้ทุกคนมาเยี่ยมเยียนบ้างอยู่แล้ว

เที่ยงไปฉันที่ศาลา วันนี้มีคนนำของมาถวาย ฉันจนอิ่ม ๑๕๐% เลย เพราะรู้ว่าคงหิวแน่ช่วงเย็น .. บ่ายนอน .. เย็นทำวัตรเย็น .. เดินจงกลม .. อาบน้ำ

ไม่นึกว่าเรื่องเล็กๆแค่การอาบน้ำจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่แล้วก็พบว่าเราไม่มีขัน แปลงฟัน สบู่ ฯลฯ จึงต้องยืมพระดิวที่มี ๒ ชุดมาก่อนอย่างอื่นก็ใช้ของรวมๆไป … ถึงเวลาอาบ ไม่มีขัน ก็ต้องใช้ฝักบัว แต่ฝักบัวที่นี่ไหลแม่ย้อยมาก คือยกฝักบัวสูงไม่ได้เลย น้ำจะไม่ไหล … ขันก็ไม่มี จะขอยืมใครก็เกรงใจ พึ่งมาบวชวันแรกเอง … ฉะนั้นวิธีอาบน้ำด้วยฝักบัว มีวิธีเดียวคือต้องนั่งยองๆอาบ !! ถ้านึกภาพแล้วจะเป็นท่าที่น่าอนาถมาก แต่ก็ฮาดี คิดซะว่าอาบแบบออนเซนญี่ปุ่น

ถึงเวลานอน … นอนไม่หลับเลย … หิว … หิวมากด้วย ข้าวตอนเพล ๑๕๐% เอาไม่อยู่ซะแล้ว เริ่มนอนกัน ๔ ทุ่ม กว่าจะหลับตาลงก็ ๕ ทุ่มกว่า … ท้องร้อง หนาว ที่นอนแข็ง หมอนแข็ง … หลายต่อหลายอย่างทำให้นอนไม่หลับ … แต่ก็คงไม่มีอะไรมากไปเท่ากับ … คิดถึงเชอรี่ … คิดถึงมากๆเลยด้วย … อยากให้ช่วยมาเข้าฝัน ให้หลับฝันดีด้วยเถอะนะ

พระเอ็ม – ขนฺติพโล