Archive for the ‘Uncategorized’ Category

My Macbook Air

April 2, 2008
ใน
ที่สุดฝันก็เป็นจริง อิๆ … หลังจากที่ไม่ได้ซื้อทั้งโน๊ตบุ๊ค
หรือคอมฯใหม่มากว่า 5 ปี มาวันนี้ก็ได้ฤกษ์เปลี่ยนใหม่เสียที
แต่จะซื้อโน๊คบุ๊คใหม่ทั้งทีก็ขอแบบที่ชอบที่สุดจริงๆเลยดีกว่า

ท้าวความไปถึงตีหนึ่งของวันที่เปิดตัว ในงาน Macworld 2008
ที่ถ่างตานอนเปิดเจ้าเต่า (โน๊ดบุ๊คไอบีเอ็มตัวเดิม)
รอดูว่าแอปเปิ้ลจะเปิดตัวโน๊คบุ๊คในตำนาน ที่ว่าบางสุดยอดจริงรึเปล่า ..
แล้วเฮียสตีฟก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เปิดตัว Macbook Air โดยดึงออกมาจากซองเอกสาร .. โอ้ววววว .. มายประพุทธเจ้า

กลับมาปัจจุบัน หลังจากที่เครื่องขาดตลาดไปได้เดือนกว่า
ในที่สุดเครื่องที่สั่งจองก็มาถึง .. ว่าแล้วก็ไปรับน้องแอร์ถึงร้าน
iStudio ที่พารากอน

มีหลายคนถามว่าทำไมถึงซื้อ Macbook Air .. ทั้งที่ไม่มีนั่น ไม่มีนี่
แถมยังเป็นแมคอีกตะหาก ..
ซึ่งถ้าไปเปิดดูบล๊อคของแต่ละคนที่ตัดสินใจซื้อน้องแอร์ตัวนี้
ทุกคนก็จะอธิบายยาวเหยียดว่า ชอบนั่น ชอบนี่ มันเหมาะอย่างนั้นอย่างนี้
(ส่วนมากเป็นข้ออ้าง .. จริงๆอยากได้เฉยๆอ่ะดิ)

ก็เลยถามกับตัวเองดูบ้างว่า .. ให้ลองจัด 10 อันดับ ในการตัดสินใจซื้อโน๊ตบุ๊คตัวใหมแบบตรงไปตรงมา่ .. ซึ่งก็ได้มาดังนี้ (เรียงลำดับตามความสำคัญ)

  1. ความเท่ห์
  2. ความเท่ห์
  3. ความเท่ห์
  4. ความเท่ห์
  5. ความเท่ห์
  6. ความเท่ห์
  7. ความเท่ห์
  8. ประสิทธิภาพ
  9. เบากว่าเจ้าเต่า
  10. คุ้มค่าคุ้มราคา

รวมคะแนนสิบข้อ .. น้องแอร์ชนะเลิศ .. เย๊ !!

หลายคนอาจจะใช้โน๊ตบุ๊คแค่ดูหนัง ฟังเพลง แบกไปนู่นนี่บ้าง ..
แต่สำหรับเราแล้ว โน๊ตบุ๊คเป็นเครื่องมือทำมาหากินด้วย
ใช้เวลาไปกลับที่บ้านขอนแก่น แล้วก็เผื่อใช้เรียนโทฯด้วยในอนาคต ..
จากประสบการณ์แบกเจ้าเต่าน้อยมา 5 ปี ด้วยน้ำหนัง 4.5 กิโลฯแล้ว ..
ก็ขอความสุขเล็กๆน้อยๆกับน้องแอร์ตัวนี้แล้วกันเน๊อะ


ไปถึงที่ร้าน .. ในที่สุดน้องแอร์ก็มาถึงแล้นนนน


เจ้าหน้าที่ดึงออกมาวางให้ ..


เจ้าหน้าที่กำลังจะเปิดฝาเครื่อง .. "เดี๋ยวก่อนพี่ ขอผมเปิดเอง" (ฮู๊ยยย .. ไม่เห่อร์เลยนะมึง)


ใส่ถุงกลับบ้าน กรี๊ดดด มันมาอยู่ในมือแล้ว ดีใจ มือสั่น ตัวเบา กระเป๋าแห้ง .. 55

น้องแอร์ กับ น้องเต่า


ว่าแล้วเลยลองเอามาเทียบหุ่นกันดู .. ทีแรกไม่คิดว่ามันจะต่างกันมากขนาดนี้นะเนี่ย

กลับบ้านสงกรานต์คราวนี้ คงไม่ต้องแบกน้องเต่า 4.5 โลอีกแล้ว .. กลายมาเป็นน้องแอร์ 1.3 โลแทน .. เย๊ !!

ว่าแต่ถ้าเกิดตอนแบกน้องแอร์กลับถึงบ้านแล้วดันมีใครวิ่งเอาน้ำมาสาดนะ …

มึงตาย !!

Wifi Everywhere

January 15, 2008
ตั้งแต่ใช้ไอโฟนมาหลายเดือน
สิ่งนึงที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัยคือกดเช็คดูว่าที่นี่ ที่นั่นมี wifi
ให้ใช้รึเปล่า ก็ไม่ใช่อะไรคือพยายามจะหาที่ๆมี wifi ให้ใช้ฟรีนั่นเอง

อย่างที่ขอนแก่นนี่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีให้ใช้กันแบบฟรีๆหลายที่มากๆ
ไม่ว่าจะเป็นในมหาลัย โรงเรียน หรือแม้แต่ห้าง(ตึกคอม) ที่ให้ใช้ wifi
กันฟรีๆเลยทั้งห้าง !! .. สุดยอด .. แต่พอกลับมากรุงเทพฯนี่
รู้สึกจะหาร้านใจดีให้เล่นฟรีนี่ยากเหลือเกิน ..
แต่ที่ใช้บริการบ่อยสุดๆก็คงจะเป็นที่ Mc Donalds นี่แหล่ะ (ใช้ฟรีๆเลย
แนะนำๆ)

อ้อ ..
เดือนก่อนมีภาพประทับใจมากตอนไปเที่ยวเล่นแถวมหาสารคาม
ไปเจอร้านอาหารเวียดนามร้านนึง ขึ้นป้ายตัวใหญ่เลย ว่ามี wifi ให้ใช้ฟรี
!! … ว่าแต่ใครจะเล่น wifi กันในร้านอาหารเวียดนามหนอ .. แต่ก็นับว่า
wifi นี่ everywhere จริงๆ

Move to -> Khajochi.com

December 21, 2007

We’ve move !!! -> Visit Khajochi.com

บวชวันที่ ๒ – ออกบิณฑบาตรครั้งแรก

June 29, 2007
อา. ๑๓ พ.ค. ๒๕๕๐
ออกบิณฑบาตรครั้งแรก

ตื่นตั้งแต่ตี ๔ พระอิงลุกขึ้นมาปลุก อยู่วัดไม่มีคำว่า “อีก๑๐ นาที … “ ให้ตื่นก็ตื่น ถึงแม้จะไม่ได้มีการจับคนช้าหนึ่งนายเหมือนเรียนร.ด. รึว่าทหาร แต่พระทุกรูปจะรู้สึกถึงสิ่งที่ต้องทำ ต้องรักษาความดี และคิดถึงส่วนรวมด้วย …

แปลงฟันล้างหน้า ได้ยินเสียงโห่ ฮิ้ว เป็นระยะๆ วันนี้มีพระบวชใหม่อีกรูป ซักพักฟ้าฝนก็เหมือนแกล้งกัน ตกลงมาแรงมากๆ น่าสงสารขบวนที่เดินได้ไม่นาน ฝนก็ตก แต่กลับเป็นข่าวดีของพระเอ็มที่ไม่ต้องไปทำกิจช่วงเช้า รอตักบาตร ๖ โมง เลยทีเดียว … แน่นอนก็หลับรอทันที …

:: มิชชั่น ๒ – บิณบาตรครั้งแรก ::

   สายบิณฑบาตของพระครูที่ไปกันประจำจะเป็นที่หมู่บ้านพิมาลธานี ทีแรกได้ยินก็งง เพราะหมู่บ้านอยู่ไกลมากๆ จะเดินไปคงไม่ใช่เรื่องง่าย … พอออกจากกุฎิ ถือบาตรออกมาด้วยใจระทึก ก็พบว่าที่วัดจะมีรถกระบะ บรรทุกพระประมาณ ๑๐ – ๑๕ รูป ไป-กลับ เพื่อรับบาตร … นึกว่าจะได้เดินไปเสียแล้ว (ทำใจล่วงหน้า)

   นั่งหลังรถกระบะ ได้ความรู้สึกอะไรใหม่ๆอีกแล้ว .. คือ เย็นหัวมากๆ เนื่องจากไม่มีผมแล้ว ลมก็ตีเอาตีเอา .. เย็นไปทั้งหัวเลย ถึงที่หมายก็แบ่งกันเป็น ๒ สาย สายที่พระเอ็มอยู่มี ๖ รูป นำโดยพระอิงนี่เอง

   การเดินบิณฑบาตรเป็นอะไรที่สนุกมากกว่าที่คิดเยอะ อย่างแรกคือไม่ต้องอยู่วัด อย่างที่สองคือ ได้พบอากาศดีๆยามเช้า กับญาติโยมที่มีใจบุญ แต่ส่วนที่สนุกที่สุดคือการได้ลุ้นว่าโยมแต่ละคนนั้น จะใส่อะไรในบาตรบ้าง และจะเหลือมาถึงพระใหม่รูปงามที่ยืนรูปสุดท้ายหรือไม่ … ความรู้ใหม่อีกอย่างคือ พระจะมีย่ามมาด้วยเวลาบิณฑบาตร เพราะบางทีของที่ได้รับมีเยอะมาก จังต้องแบ่งของจากบาตรไปใส่ที่ย่ามบ้าง แต่ก็อาศัยช่วงที่ปลอดญาติโยม นำของถ่ายจากบาตรมาที่ย่ามน้อยทันที (เนียนมากๆ)

   พระอิงเดินแบบไม่ใส่เบรกเลย จนหลายครั้งพระเอ็มต้องแบกบาตรวิ่งหน้าตั้งให้ทันขบวน จนช่วงหลังๆหลวงพี่ที่อยู่ไกล้ๆบอกว่าให้ช้าลงหน่อย สงสารพระใหม่แน๊ (ขอบคุณหลายๆเด้อครับ)

   ที่หมู่บ้านกว้างมาก กว้างใหญ่จริงๆ จนต้องเดินกันหลายสายถึงจะทั่ว แต่ถนนนี่ไม่ค่อยจะเรียบนัก หลุมบ่อมีเป็นปกติ แต่ที่ลำบากคือตัวเด้งกลางถนนที่เป็นแบบราดยาง และมีหินโผล่ตลอดทั้งอัน จะก้าวข้ามก็ไม่พ้นเพราะอันใหญ่ ก็ต้องค่อยๆเหยียบไป กว่าจะเดินครบก็เจ็บไปเยอะเหมือนกัน (ดีใจที่ยังไม่ถึงกับเป็นแผล)

   โยมที่มาใส่บาตร ๙๙% จะเป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ส่วนที่เหลือก็จะเป็นเด็ก ที่ท่าทางจะถูกโยมพ่อโยมแม่ปลุกขึ้นมาใส่บาตร เพราะตาปลือๆกันทุกคน ก็ดูน่ารักเป็นสังคมแบบไทยๆกันอีกแบบ ไม่มีวัยรุ่นให้เห็นเลย นานๆจะมีที ก็นึกถึงตัวเราเอง สมัยวัยรุ่นก็ไม่เคยจะตื่นมาใส่บาตรเหมือนกัน ไม่นึกถึงด้วยซ้ำ … ก็จะมีแต่ผู้ใหญ่แล้วที่มองเห็นความสำคัญ .. แต่ก็เข้าใจซะมากกว่าว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าทุกคนใส่บาตร พระก็ฉันไม่หมดแน่นอน ถ้าทุกคนมาบวชก็คงไม่มีใครมาใส่บาตร และคงไม่มีลูกหลายกันทั้งประเทศ (พระห้ามมีลูก) … นี่ล่ะหนาที่เค้าว่าเป็นธรรมดาโลก ไม่มีมากเกินไป แต่ก็ไม่มีน้อยเกินไป เป็นทางสายกลางดีที่สุด (สงสัยเริ่มเทศเป็นแล้ว)

   กลับวัด วันนี้ได้ของมาใส่บาตรเยอะเลย ดีใจที่ไปเดินวันแรกก็ได้กลับมาเยอะเลย อาจเพราะเป็นวันอาทิตย์และยังเป็นวันพระก็ได้ แต่ที่สำคัฐคือได้โป๊ะเกี๊ยะ (ของหวานแบบจีนๆ) กลับมาด้วย ๑ ถุง .. น่าแลกที่มาขอนแก่นยังมีให้ฉันด้วย

   ทำวัตรเช้าเสร็จ กลับห้องมาทักทายพระใหม่ ชื่อเท่ห์มาก ชื่อพระกู๊ด เป็นสถาปนิก ทำงานอยู่ที่ภูเก็ต อายุมากกว่าเราปีสองปี แต่พอมาบวชก็คุยกันเหมือนเป็นเพื่อนกันหมด ลงไปนั่งเล่นที่กุฎิ อ่านหนังสือพิมพ์รอเวลา ซักพักมีรถสปอร์ตไรเดอร์มาจอด รีบมองเข้าไปด้วยอาการดีใจ คิดว่าโยมเชอรี่มาเยี่ยม แต่กลับเป็นโยมท่านอื่นมาหาพระอาจารย์ (แอบจ๋อยนิดหน่อย)

   สายๆโยมพ่อนำของใช้ที่เมื่อเช้าส่งเอสเอ็มเอสไปบอกให้ มีทั้งยา, แปลงฟัน, สบู่,มีดโกนหนวด ฯลฯ … ไม่นาน โยมบ้านเชอรี่ก็มากันหมด มาถวายปิ่นโตฉันเพล .. ดีใจมากจนเก็บสีหน้าเกือบไม่อยู่ แต่ก็ต้องเก๊กไว้ เพื่อให้ดูน่าเลื่อมใส

   ของที่โยมพ่อกับโยมบ้านเชอรี่มาถวายมีเยอะมาก จนต้องเคลียร์ของที่ห้องกันใหม่ ส่วนของฉันเพลนั้นก็อร่อยหายห่วง โดยเฉพาะน้ำจับเลี้ยง มาช่วยแก้อาการไอได้ดีมากๆ

   บ่ายวันนี้ไม่ได้นอนเลย นั่งจับกลุ่มคุยกันกับพระจากหลายๆกุฎิ ก็คุยกันตามประสาพระพระ มีเล่นมุขในบทสวด หรือพวกกฎต่างๆ ที่คนนอกฟังคงไม่เก๊ต แต่ถ้าเป็นพระก็ฮากันเลยทีเดียว

   ลืมเล่าไปว่า เรากำหนดวันที่ไปเทศที่บ้าน วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ โยมพ่อก็บอกว่าดี อยากให้ไปที่ปั้มเพราะไม่ได้ทำบุญที่ปั้มมานานแล้ว โยมเชอรี่บอกว่าลางานเรียบร้อยแล้ว แสดงว่า แอบจะมาเซอร์ไพรส์อะไรพระเอ็มก่อนแล้วแน่เลย (เซอร์ไพลส์พระได้บุญนะ ไม่บาป)

   ตกเย็น ซัดบุกกล่องที่โยมพ่อกับโยมเชอรี่นำมาถวาย ช่วยได้มากเลย แถมมื้อเที่ยงก็จัดการฉันเผื่อไว้แล้ว ๒๐๐% วันนี้เลยไม่หิวมาก (แต่ก็มีท้องร้องเป็นระยะๆ)

   ทำวัตรเย็นเสร็จ พระครูพานั่งสมาธิ ๑๕ นาที … แต่นั่งไปเหมือนเป็นชั่วโมง การนั่งสมาธิเป็นอะไรที่ดีมากๆ แต่ก็จะลำบากเหมือนกันถ้าเราไม่พร้อม เช่น หิว เมื่อย ง่วง ซึ่งวันนี้พระเอ็มก็มีทั้ง ๓ อย่างนี้ครบเลย (ขอเรียกว่า ไตรมิมีสมาธิ)

   ทำวัตรเสร็จพระครูพาพระใหม่ทั้งหลายไปเดินจงกลมรอบพระธาตุ พร้อมนั่งสมาธิ พอดีว่ามีพระรูปนึงกำลังจะสึก ก็เลยพาไปสั่งสอนธรรมะกันอีกรอบนึง นัยว่าเป็นการบายเนียร์แบบพระพระ … แต่เราไม่ได้สมาธิด้วยเลย เพราะไอไม่หยุด แถมยุงก็เยอะมากๆ (เพิ่มอุปสรรคเข้าไปอีกอย่าง เป็น จตุมิมีสมาธิ)

   ก่อนนอน อาบน้ำ … พึ่งค้นพบว่า มีขันอยู่อันนึงที่มีแปลง ยาสีฟัน สบู่ ฯลฯ ทุกอย่างสำหรับการอาบน้ำพร้อม แต่ไม่มีเจ้าของ .. สือไปสือมาถึงรู้ว่าเป็นของเรานี่เอง … อ้าว ! ลืมไปว่าชุดแพ็คเกจบวชมีของพวกนี้อยู่ด้วยแล้ว แต่ก็ใช้ของที่โยมพ่อมาถวายวันนี้ กลัวจะเสียน้ำใจและไม่ได้บุญ

   อีกเรื่องที่พึ่งค้นพบคือ ห้องน้ำมี ๒ ห้อง ถ้าเข้าห้องซ้ายน้ำจะแรงดี ไม่ต้องนั่งยอมๆอาบ … อ้าว #๒ !! เซ่ออีกแล้วพระเอ็มเอ็ม

ปล.วันนี้บอกทุกคนว่าอยู่สบายไม่ต้องห่วง … แต่จริงๆไม่ใช่เลย ยังมีอะไรมากมาย แต่ก็ไม่ได้เล่าให้ฟังอะไร กลัวจะเป็นห่วง ไม่สบายใจกัน

ขอไว้อาลัย ให้เชียร์สักครั้ง …

June 17, 2005

งามใดเล่า .. งามเท่า .. ชาวชงโค

สูงใดเล่า .. เท่าเสาโทร .. สูงเสียดฟ้า

 แกร่งใดเล่า .. เท่าเกียรติแกร่ง .. แห่งศรัทธา

 เกียรติใดเล่า .. เท่า .. "วิศวะ ลาดกระบัง " 

ภาพคมๆ แห่งความสำเร็จ

May 31, 2005

ภาพคมๆ แห่งความสำเร็จ

มีบริษัทหนึ่งที่อเมริกา … ปิ๊ง idea จากการนำเอาคำพูดคมๆ ที่มีความหมายดีๆ หรือที่เรียกว่า successful quatation มารวมกับรูปภาพสวยๆ จากทั่วทุกมุมโลก … เมื่อนำทั้ง 2 อย่างมารวมกัน ก็เกิดเป็นรูปหลายต่อหลายรูป+คำพูดคมๆ ที่สื่อถึงความหมาย ทั้งในแง่ให้กำลังใจ สร้างพลังในการทำงาน ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่องาน

นั่นเป็นที่มาของบริษัทที่มีชื่อเก๋ๆว่า Successories …. (Success + Accessories)

บริษัทนี้ขายของหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น poster , นาฬิกา , ปฏิทิน , ปากกา ฯลฯ

โดยเน้น concept ที่ว่า … เอาของทั่วๆไป มารวมกับรูปภาพ หรือคำพูด … ที่ก่อให้เกิดพลังบางอย่างขึ้นในตัวเรา

… ไปอ่านเจอเรื่องนี้ใน นสพ.ฉบับหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน … และพอได้เห็นผลงาน ก็โดนใจดังโป๊ะ … โอวว คิดได้ไงนี่ .. สุดยอด

ว่ากันว่า บริษัทชื่อดังมากมายในอเมริกา ต่างก็สั่งซื้อ Poster ติดผนังจากบริษัทนี้ … ซึ่งทางบริษัทก็มีทั้งบริการขายเป็นชิ้นๆไป หรือแม้แต่บริการซื้อแบบช่วงเวลา คือบริษัทจะคอยมาเปลี่ยนรูปใหม่ๆให้ทุกๆ 3-4 เดือน

บางทีการเอาของง่ายๆรอบตัว มาปรับเปลี่ยน นิดๆหน่อย แล้วเพิ่ม idea เข้าไปในงาน .. มันก็ขายได้แล้วล่ะ : )

จะต้องลาออก (อีกแล้วเหรอเรา)

May 31, 2005

จะต้องลาออก (อีกแล้วเหรอเรา)

เมื่อ 4-5 ปีก่อน จำได้เลยตอนที่มีรุ่นพี่ลาดกระบังจบใหม่ๆ มาพูดแนะนำเรื่องการทำงาน มาเล่าประสบการณ์ที่เคยพบเคยเจอมา … ตอนนั้นในหัวมีความคิดอยู่อย่างนึงว่า … "อยากทำงาน อยากหาเงินไม่ต้องให้พ่อแม่เดือนร้อนเลี้ยงดู … และอยากจะอยู่ทำงานกับบริษัทดีๆสักที่หนึ่งซัก 5-6 ปี … หรือ 10 ปีไปเลยคงเท่ห์ไม่หยอก …."

เวลาผ่านไป … 2 ปีกับการทำงานเกือบ 3 ที่ (ถ้าที่ๆกำลังจะไปเค้ารับนะ) …. มันก็น่ามามองย้อนดูตัวเรานะ ว่ามันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า … คิดอะไร หรือทำอะไรผิดไปหรือเปล่า … แล้วสุดท้ายเราต้องการอะไรกันแน่

จำได้เลยครั้งแรกที่คิดไว้ว่าจะลาออก … ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นอยากทำงานที่ใหม่มั่กๆ เหมือนเด็กกำลังจะแกะกล่องของขวัญยังไงอย่างงั้น

……

[ระหว่างที่พิมพ์ๆอยู่ ก็มีบริษัทดังกล่าวโทรมา …]

……

อืม … ได้งานจริงๆด้วยสิ …

ต่อพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้อยากกลับไปนั่งคิดไปเล่นเกมส์ไปซักพัก (แล้วจะได้คิดไรไหมล่ะเนี๊ย อิๆ)